กระถางธูป
หนึ่งนั่นได้แก่ กระถางธูป ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของแท่นบูชา ถือเป็นอุปกรณ์หลักชิ้นแรกๆที่มีความสำคัญมากๆทั้งในด้านนามธรรมและกายภาพ เนื่องจากเชื่อกันว่า กระถางธูปเป็นประตูเชื่อมระหว่างผู้กราบไหว้กับองค์ทวยเทพทั้งหลายที่จะสื่อถึงกันในความต่างทางด้านมิติ หากผู้บูชาได้ถวายกระถางธูปแด่เทพองค์ใดแล้วหรือถวายไว้ ณ แท่นบูชาใดแล้ว กระถางธูปใบนั้นจะถือเป็นที่ที่สถิตย์ของเทพ ณ แท่นบูชานั้น ไม่สามารถจะโยกย้ายนำไปใช้บูชาในกรณีอื่นๆได้อีก
หากมีการเปลี่ยนกระถางธูป ณ แท่นบูชานั้น จะต้องเปลี่ยนกระถางธูปที่อย่างน้อย ต้องมีขนาดกระถางธูปที่ปากกว้างไม่น้อยไปกว่าของเดิม (ไม่นิยมเปลี่ยนให้ใบเล็กลง) ส่วนมากจะต้องเลือกกระถางธูปที่มีปากกว้างกว่าใบเดิมในระดับหนึ่ง และต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับขนาดสัดส่วนของแท่นบูชา ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินพอดี ทั้งนี้เพื่อเป็นเคล็ดซึ่งมีนัยถึงความเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าอย่างมั่นคงของเจ้าของบ้านและครอบครัว
ส่วนกระถางธูปใบเก่าหรือใบเดิม(เมื่อจำเป็นต้องเลิกใช้) ผู้บูชาจะต้องอัญเชิญผงเถ้าธูปในกระถางใบเดิมมาใส่ในกระถางธูปใบใหม่เสียก่อน และกระถางธูปใบเก่านั้นไม่สามารถจะนำไปใช้บูชาเทพหรือนำไปประกอบพิธีกรรมการเซ่นไหว้ใดๆได้อีก ถือเป็นการไม่เหมาะควร เว้นแต่นำไปใช้กับพระภูมิเจ้าที่(ตี่จูเอี้ย)ในบ้าน นอกนั้นจะต้องนำไปลอย(จม)น้ำ ซึ่งควรจะเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่หรือท้องทะเล นั่นเป็นนัยสำคัญในทางจิตวิญญาณ
ส่วนในด้านกายภาพ นอกจากความสวยงามที่เหมาะควรต่อการใช้กราบไหว้บูชาพระและเทพแล้ว โบราณยังถือว่ากระถางธูปเป็นสิ่งที่มีความเป็นมงคลในตัวมันเอง และมีอิทธิพลต่อดวงชะตาตลอดจนสถานะของผู้กราบไหว้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งกระถางธูปที่ผลิตออกมาอย่างประณีต เป็นการจำเพาะเจาะจงการใช้งาน ด้วยการประดับสัญญลักษณ์หรืออักษรที่เป็นมงคลไว้ที่กระถางธูป ก็ยิ่งเป็นการดี ทั้งนี้เพราะมีความหมายไปในทางสรรค์สร้าง ย่อมนำมาซึ่งความสงบสุขร่มเย็นสู่ผู้ที่ได้กราบไหว้บูชา เมื่อได้มองได้เห็น
ถ้าสรุปในระดับหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่านอกเหนือจากความสำคัญขององค์เทวรูปหรือรูปเคารพที่ประทับอยู่ ณ แท่นบูชานั้นๆแล้ว ความสำคัญที่ทัดเทียมกันก็คือ กระถางธูป นี่แหละ
ผู้กราบไหว้บูชาจะต้องให้ความเคารพกระถางธูปเสมอด้วยการถวายความเคารพต่อองค์เทพ นั่นหมายความว่าถ้าไม่มีความจำเป็นชนิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงๆ ก็ไม่ควรจะ เคลื่อนย้ายองค์เทวรูปและกระถางธูปบ่อยๆ (ไม่เป็นการดี) เพราะเชื่อกันว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการรบกวนบารมีท่าน แต่หากมีความจำเป็นเช่นที่กล่าวไว้แล้ว เราก็สามารถจุดธูปเผากำยานเพื่อน้อมถวายและทูลฯขอเทวานุญาตต่อท่านได้ จะเพื่อการใดๆก็ตามที่มีความจำเป็นนั้นๆ ก็ให้ทูลฯไปตามนั้น ( ทูลฯไปตามความประสงค์ของตนตามข้อเท็จจริง)
บางครอบครัวที่ให้ความเคารพนับถือบูชาพระและเทพอย่างเคร่งครัดนั้น กรณีที่สมาชิกในบ้านมีผู้หญิงและต้องกราบไหว้บูชาร่วมกัน หากวันใดที่เธอมีฤดู(มีประจำเดือน-ถือว่าร่างกายไม่สะอาด) ก็สามารถจะกราบไหว้บูชาได้ตามปกติ แต่ไม่ควรปักธูปลงบนกระถางธูปด้วยตนเอง ควรจะให้ผู้อื่นเป็นผู้นำธูปนั้นไปปักลงในกระถางธูปแทนตน เนื่องจากถือว่าเมื่อกายไม่สะอาดและเอื้อมมือข้ามกระถางธูป ก็เสมือนการเอื้อมมือข้ามท่านซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง
นอกจากนั้นวัตรปฎิบัติอีกประการหนึ่งที่ผู้กราบไหว้บูชา จะต้องให้ความสนใจ นั่นก็คือ การรักษาความสะอาดของกระถางธูป ให้สะอาดอยู่เสมอ ( เฉพาะกระถางธูป) โดยไม่ปล่อยให้ผงเถ้าธูปล้นหล่นร่วงลงบนแท่นบูชาจนดูเลอะเทอะไปทั่ว อย่าไปยึดคติที่ว่าเถ้าธูปในกระถางธูปยิ่งมากยิ่งกองสูงๆเป็นเนินภูเขาก็จะยิ่งนำมาซึ่งโชคลาภเงินทอง ผิดถนัดและตรงข้ามโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นความเชื่อที่คิดกันไปเอง ไม่มีประเพณีหรือหลักฐานใดๆมาสนับสนุน อาจจะด้วยเหตุนี้ก็เป็นไปได้ที่ทำให้บารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเทพนั้นๆ ลดหย่อนลงไป
ผู้กราบไหว้จะต้องคอยดูแลส่วนนี้ให้สะอาดอยู่เสมอ อาจจะเป็นทุกๆวันพระ(ทั้งไทยและจีน) ให้จัดเก็บก้านธูปในกระถางธูป นำออกมา ไม่ควรให้สะสมอยู่ในกระถางธูปเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่น แต่ห้ามนำไปทิ้งถังขยะเป็นเด็ดขาด (ไม่ว่าจะเป็นก้านธูป , ผงเถ้าธูป) ทั้งหากหล่นลงพื้นก็ต้องเก็บขึ้นไม่ให้ผู้คนในบ้านเดินเหยียบย่ำได้ และเก็บก้านธูปเหล่านี้ไว้ในกล่องหรือที่ที่จัดเก็บที่เหมาะสม รวมไปถึงผงเถ้าธูปที่ตักออกจากกระถางธูปเมื่อมีมากจนล้น(รวมถึงส่วนที่หล่นบนแท่นไหว้) ก็ให้เก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมก่อน
เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้วเช่น กรณีการบูชาพระไทย อาจทำการเผาก้านธูปในช่วงเวลาและสถานที่ใดก็ได้ที่เห็นว่าเหมาะสมหรือสะดวก และผงเถ้าธูปที่ตักเก็บไว้นั้น ก็ให้โปรยลงแม่น้ำหรือเทไว้ตามโคนต้นไม้ขนาดใหญ่
ส่วนแท่นบูชาเทพเจ้าของจีนนั้น(รวมถึงแท่นตี่จูเอี้ย) การเซ่นไหว้ประจำเดือนในวันที่ 1 และ 15 ของเดือนจันทรคติจีน เราก็ต้องเผากระดาษเงิน-ทองเป็นปกติอยู่แล้ว ( มีที่ที่สำหรับเผากระดาษฯโดยตรง) ก็ให้นำก้านธูปที่เก็บออกจากกระถางธูป นำไปเผาพร้อมๆกับกระดาษเงินกระดาษทองในคราวเดียวกัน เดือนละสองครั้ง(ตามวันพระจีน) ส่วนผงเถ้าธูปนั้นให้เก็บเอาไว้ก่อน เมื่อถึงวันที่ 24 เดือน 12 จีนของทุกปี(ก่อนวันไหว้เทศกาลตรุษจีน 6-7 วัน) ซึ่งเป็นวันไหว้ส่งเสด็จเทพฯขึ้นสรวงสวรรค์ เมื่อไหว้ส่งเสด็จเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็ให้นำผงเถ้าธูปที่เก็บไว้ไปลอย(จม)น้ำ ซึ่งควรจะเป็นแม่น้ำใหญ่หรือทะเล
โถกำยานหรือกระถางเผากำยาน
อุปกรณ์ที่สำคัญในการไหว้พระบูชาเทพชิ้นที่สอง นั่นคือ โถกำยาน หรือกระถางเผากำยาน มีความสำคัญเช่นเดียวกับกระถางธูปทุกประการ เว้นแต่โถกำยานอาจเคลื่อนย้ายได้ตามรูปแบบของพิธีกรรม(ส่วนกระถางธูปนั้นห้ามเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น)
เช่นในวันขึ้นปีใหม่จีน(วันตรุษจีน) จะมีประเพณีการไหว้รับเสด็จองค์ฉายเสิ้นเหย่หรือไฉ่ซิ้งเอี้ย(เทพเจ้าแห่งเงินตรา)ในคืนวันรับปีใหม่จีน ซึ่งต้องจัดโต๊ะแท่นบูชากลางแจ้ง กรณีนี้เราสามารถอัญเชิญโถเผากำยานไปที่แท่นบูชากลางแจ้งนั้นๆได้
แต่ควรจะมีพานรองรับโถกำยานไว้อีกชั้น เนื่องจากเมื่อเผากำยานแล้ว โถกำยานจะมีความร้อนมาก ไม่สามารถจับหรือถือโถกำยานได้โดยตรง จะต้องอาศัยพานขนาดใหญ่พอที่จะรับหรือวางโถกำยานได้อย่างลงตัว เพื่อเราจะสามารถประคองพานอัญเชิญโถกำยานได้สะดวก
เมื่อได้เวลาที่เราเสี่ยงทาย ( ด้วยการโยนไม้ปวยเสี่ยงทาย) แล้วว่า เทพฯท่านได้เสด็จลงมาประทับ ณ แท่นบูชาที่สมควรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้จุดกำยานในโถกำยานนั้นทันที และอัญเชิญโถกำยาน(ที่จุดกำยานแล้ว)เข้ามาในบ้าน โดยการถือหรือประคองโถกำยานนั้น ประหนึ่งการประคองผู้อาวุโสหรือญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือเข้าบ้าน เราจะต้องกระทำด้วยความละมุนละม่อม สุภาพและสำรวม(การทำให้โถกำยานหล่นหลุดจากมือตกลงพื้น ถือว่าอัปมงคลอย่างยิ่ง ฉะนั้นควรระมัดระวังให้มาก) ควรจะเดินช้าๆไม่ต้องรีบ แต่ละก้าวที่เดิน ถึงช้าแต่ก็ให้หนักแน่นและมั่นคง
เมื่อจะเข้าประตูบ้านก็ให้ทูลฯว่า ข้างหน้าเป็นประตูเข้าบ้าน ( ห้ามใช้เท้าเหยียบธรณีประตู ให้ยกเท้าก้าวข้ามไป) และอัญเชิญโถกำยานไปพัก ณ แท่นบูชาหลักภายในบ้าน(หน้าตั่วหรือหน้าแท่นบูชา)ก็ให้ทูลฯท่านว่า ขออัญเชิญประทับ ณ แท่นบูชาอันสมควร
เมื่อจุดธูปเทียนบูชาท่านเป็นคำรบสองเรียบร้อยแล้ว ให้อัญเชิญโถกำยาน(ที่มีควันกำยานอยู่-หากควันน้อยลง ให้เติมกำยานผงได้อีก 1 ช้อนชาโดยประมาณ หรือน้อยกว่านั้น) ไปยังจุดแรกในบ้านคือจุดที่วางตู้เซฟ(ถ้ามี) ไม่ว่าจะเป็นตู้เซฟขนาดใดก็ตาม เมื่ออัญเชิญโถกำยานไปหยุดอยู่หน้าตู้เซฟแล้ว ให้ยกโถกำยานขึ้นวนเป็นรูปวงกลมจนเกือบสุดแขน โดยวน หมุนทวนเข็มนาฬิกา ( หมุนจากขวามาซ้าย) 3 รอบ หมุนช้าๆ ในขณะเดียวกันให้อธิษฐานขอพร(ตามที่ตนเองประสงค์)
ในกรณีที่บ้านใดไม่มีตู้เซฟ ก็ให้อัญเชิญโถกำยานไปยังหน้าประตูห้องนอน แต่ห้ามนำโถกำยานเข้าไปในห้องนอนโดดเด็ดขาด ( ถือเอาแนวธรณีประตูเป็นเส้นแบ่ง)
เว้นแต่บ้านที่มีตู้เซฟเก็บของสำคัญและมีค่าอยู่ในห้องนอน ก็ให้อัญเชิญโถกำยานเข้าไปได้ แต่ก่อนข้ามธรณีประตูห้องนอน(ถือเอาแนวธรณีประตูเป็นเส้นแบ่ง) ให้ทูลฯว่า ข้าพเจ้าขอน้อมรับพร 5 ประการเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าพเจ้าและครอบครัว แล้วจึงยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูห้องนอนตรงไปยังที่ที่วางตู้เซฟ แล้วปฏิบัติเช่นที่กล่าวไว้ในย่อหน้าก่อน
ส่วนบ้านที่ไม่มีตู้เซฟอยู่ในห้องนอน ให้อัญเชิญโถกำยานหยุดยืนหน้าประตูห้องนอน (ควรเปิดประตูห้องนอนเตรียมเอาไว้ และควรทำความสะอาดห้องนอนเช่น เปลี่ยนผ้าที่ปูที่นอน, ปลอกหมอน, ผาห่ม ฯลฯ ให้เป็นของใหม่) และกระทำวิธีเดียวกันคือ ยกโถกำยานขึ้นเกือบสุดแขนด้วยอาการเคารพ แล้วหมุนวนเป็นวงกลม โดยวนหมุนทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ ขณะเดียวกันก็ให้อธิษฐานขอพร(ตามที่ตนเองประสงค์) หากมีห้องนอนเด็กๆหรือลูกๆ ก็ให้กระทำเช่นเดียวกัน แต่อธิษฐานขอพรให้เด็กๆและลูกหลาน มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ อย่าเจ็บไข้ได้ป่วย ขอให้มีสติปัญญาและมีความกตัญญูรู้คุณ ฯลฯ
หากบ้านใดจำเป็นต้องอัญเชิญโถกำยานขึ้นบันไดบ้าน(ไปชั้นที่สองหรือสามฯลฯ) ก่อนจะขึ้นบันไดขั้นแรก จะต้องทูลฯว่า ข้างหน้าเป็นบันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นบน ทำนองเดียวกัน เมื่อเสร็จขั้นตอนต่างๆแล้วก่อนที่จะอัญเชิญลงมาชั้นล่าง จะต้องทูลฯว่า ข้างหน้าเป็นบันไดเพื่อลงสู่ชั้นล่าง แล้วประคองโถกำยานเดินขึ้นหรือลงบันไดอย่างช้าๆ สำรวม ( ให้ระลึกเสมอว่าเรากำลังประคองผู้อาวุโสหรือผู้มีพระคุณที่เคารพนับถือ)
เมื่อเสร็จสิ้นในขั้นตอนนั้นทั้งหมดแล้ว ให้อัญเชิญโถกำยานกลับมาที่แท่นบูชา เข้าประจำไว้ที่เดิม(ที่ที่ซึ่งก่อนที่จะยกออกไปวางกลางแจ้ง) โดยทูลฯว่า ขออัญเชิญประทับ ณ แท่นบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลและประทานพร 5 ประการแก่ข้าพเจ้าและครอบครัว เมื่ออัญเชิญโถกำยานเข้าแท่นที่ประทับเรียบร้อยแล้ว ให้จุดธูปถวายเป็นคำรบสาม โดยคราวนี้ให้ทูลฯ ขอขมา ต่อพระและเทพ หากมีสิ่งใดๆผิดพลาดขาดเกินหรือล่วงล้ำก่ำเกิน จะด้วยกายวาจาใจ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ดี พลั้งเพลอไปก็ดี ขอให้อโหสิกรรมนั้นๆแก่ลูกหลานผู้บูชากราบไหว้ ได้โปรดอย่าถือโทษแก่ผู้กราบไหว้ ฯลฯ
นั่นก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีกรรมโดยบริบูรณ์ จัดแจงจัดเก็บข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆบนโต๊ะไหว้ได้เลย
นี่เป็นเพียงตัวอย่างพิธีกรรมหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า แท่นบูชาพระและเทพจำเป็นต้องมีหรือต้องใช้โถกำยาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะเจาะจงสำหรับการบูชาพระและเทพโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซ่นไหว้บูชาเทพ กลิ่นหมอหรือเครื่องหอมมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดซึ่งจะขาดเสียมิได้ ไม่ว่าจะเป็นเทพตามคติไทย , จีนและฮินดู(แม้แต่ศาสนาอื่นๆ) และต้องมีที่สำหรับเผาเครื่องหอมถวายอย่างเป็นกิจลักษณะจำเพาะเจาะจงเช่นเดียวกับกระถางธูป
ทั้งการดูแลและรักษาโถกำยานก็เช่นเดียวกับการดูแลรักษากระถางธูปทุกประการ เว้นแต่ผงเถ้ากำยานในโถ หากมากเกินไปก็ให้ตักออกมาเก็บรวมกับผงเถ้าธูปได้ แต่ห้ามตักผงเถ้าธูปออกจากโถกำยานจนหมด ให้เหลือติดเอาไว้ที่ก้นโถกำยานในระดับที่พอสมควร อาจจะเป็นจำนวนเศษ 1 ส่วน 6 ก็ได้ (กำยานผงหากเผาปริมาณมากๆในคราวเดียว กลิ่นหอมจะลดลง)
พานและถ้วยน้ำดื่ม
อุปกรณ์ชิ้นท้ายสุดที่ควรมีเป็นการเฉพาะชิ้นที่สาม นั่นคือ พาน ( รวมถึงถ้วยน้ำดื่มสำหรับใส่น้ำดื่มและของไหว้พระบูชาเทพอย่างเจาะจง) ซึ่งสำคัญเสมอกับแจกันใส่ดอกไม้สดบูชาพระและเทพ ชนชาวจีนในอดีตมักนิยมผลิตแจกันกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับกระถางธูปและโถกำยาน เนื่องเพราะจำเป็นต่อการบูชาพระและเทพ จึงมักออกแบบแจกันอย่างสวยงามไม่ต่างไปจากสองชิ้นแรก สิ่งเหล่านี้ส่วนมากได้ถูกละเลยโดยแทบจะสิ้นเชิง (ในปัจจุบัน)
เช่นเดียวกับการขาดการเอาใจใส่กระถางธูป , โถกำยาน ฯลฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใด มีอะไรที่หยิบฉวยได้ก็จะใช้ไปเท่าที่มี โดยไม่จำแนกแยกแยะว่าของส่วนใดที่เราใช้แล้ว เหมาะควรหรือไม่ที่จะนำไปถวายพระหรือเทพ หรือใช้งานร่วมกับพระ-เทพ ซึ่งนั่นเป็นความคิดอ่านระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน ไม่ใช่มนุษย์กับทวยเทพ และเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
การใช้พานใส่ของไหว้ต่างๆเช่นผลไม้ , ขนม ฯลฯ โดยเฉพาะการถวายแด่พระโพธิสัตว์และองค์เทพฯ ( เช่นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรกวนอิม , องค์พ่อจตุคามรามเทพ ฯลฯ) พานเป็นสิ่งจำเป็นทันที โบราณไม่นิยมใช้จานหรือถาด (ที่วางแล้วติดกับพื้นแท่นหรือโต๊ะโดยตรง)ใส่ของถวายพระพุทธ, พระโพธิสัตว์และเทพ ยิ่งเป็นจานที่เราใช้สอยอยู่เป็นประจำ ยิ่งเป็นการไม่สมควร เพราะเท่ากับเราเอาของต่ำไปถวายสิ่งศํกดิ์สิทธิ์ จานเหล่านั้นได้ผ่านการใช้กับอาหารทั้งคาวหวานมานับไม่ถ้วน จึงไม่สะอาดพอที่จะนำกลับไปใช้บูชาพระและเทพ ควรมีพานแยกแยะไว้เป็นส่วนของพิธีกรรมการไหว้โดยเฉพาะ อย่านำมาใช้ปนเปกัน
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพานใส่ผลไม้หรือขนมฯถวายพระและเทพ ซึ่งควรกล่าวถึงในคราวเดียวกันนี้ก็คือ อย่าวางผลไม้ , ดอกไม้สด ถวายพระหรือเทพ จนเหี่ยวแห้งหรือสุกเน่าอยู่บนพานต่อหน้าแท่นที่บูชา นั่นถือเป็นความอัปมงคลลักษณะหนึ่ง ไม่เป็นผลดีต่อผู้กราบไหว้บูชา ควรหมั่นสังเกตดูบ้างว่า ผลไม้ที่ถวายนั้น วางไว้นานเกินไปหรือเปล่า ดอกไม้และผลไม้เริ่มเหี่ยวหรือสุกเกินไปหรือเปล่า ควรจะลาสิ่งของเหล่านี้ก่อนที่จะสุกหรือเหี่ยวแห้งเกินไป
หวังอย่างยิ่งว่า ข้อความเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา เลื่อมใสการไหว้พระบูชาเทพบ้างตามสมควรนะครับ
 |
หมายเหตุ :
กรณีถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำพวงมาลัยคล้องหรือห้อยตามองค์เทวรูปโดยเฉพาะพระศอพระกรโดยเด็ดขาด ( พึงระลึกอยู่เสมอว่า นี่เป็นพระและเทพนะครับ ไม่ใช่นักร้องซุปเปอร์สตาร์ยอดฮิต) ควรวางพวงมาลัยในพาน , หรือคล้องข้างกระถางธูป , โถกำยาน เมื่อดอกไม้เริ่มหมองคล้ำเหี่ยวเฉา ให้รีบเอาออก |
ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่หมวด "เทวภัณฑ์" http://www.tewaracha.com/shop_pot.shtml
ธนกฤต เสรีรักษ์
ตุลาคม 2550
|