ไหว้พระบูชาเทพ

  เทวรูปบูชา  

เทวภัณฑ์

  เทวมงคล

 

เทวประวัติ

 

เทวดิถึ

  ฮวงจุ้ย

อุปกรณ์ไหว้พระบูชาเทพ

มีอุปกรณ์หลักๆ อยู่ 4 ชิ้นที่ผู้ศรัทธาจะต้องให้ความสำคัญในการไหว้พระบูชาเทพ   เน้นที่ความประณีตเหมาะควรและเหมาะสมพระบารมีทวยเทพทั้งปวงด้วยศรัทธา   แสดงออกถึงความศรัทธาอันบริสุทธิ์และบริบูรณ์ ที่สุดจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ผู้กราบไหว้บูชาเสมอ

กระถางธูป

หนึ่งนั่นได้แก่ กระถางธูป ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของแท่นบูชา   ถือเป็นอุปกรณ์หลักชิ้นแรกๆที่มีความสำคัญมากๆทั้งในด้านนามธรรมและกายภาพ   เนื่องจากเชื่อกันว่า   กระถางธูปเป็นประตูเชื่อมระหว่างผู้กราบไหว้กับองค์ทวยเทพทั้งหลายที่จะสื่อถึงกันในความต่างทางด้านมิติ   หากผู้บูชาได้ถวายกระถางธูปแด่เทพองค์ใดแล้วหรือถวายไว้ ณ แท่นบูชาใดแล้ว   กระถางธูปใบนั้นจะถือเป็นที่ที่สถิตย์ของเทพ ณ แท่นบูชานั้น   ไม่สามารถจะโยกย้ายนำไปใช้บูชาในกรณีอื่นๆได้อีก

หากมีการเปลี่ยนกระถางธูป ณ แท่นบูชานั้น   จะต้องเปลี่ยนกระถางธูปที่อย่างน้อย ต้องมีขนาดกระถางธูปที่ปากกว้างไม่น้อยไปกว่าของเดิม   (ไม่นิยมเปลี่ยนให้ใบเล็กลง) ส่วนมากจะต้องเลือกกระถางธูปที่มีปากกว้างกว่าใบเดิมในระดับหนึ่ง   และต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับขนาดสัดส่วนของแท่นบูชา   ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินพอดี ทั้งนี้เพื่อเป็นเคล็ดซึ่งมีนัยถึงความเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าอย่างมั่นคงของเจ้าของบ้านและครอบครัว  

ส่วนกระถางธูปใบเก่าหรือใบเดิม(เมื่อจำเป็นต้องเลิกใช้)   ผู้บูชาจะต้องอัญเชิญผงเถ้าธูปในกระถางใบเดิมมาใส่ในกระถางธูปใบใหม่เสียก่อน   และกระถางธูปใบเก่านั้นไม่สามารถจะนำไปใช้บูชาเทพหรือนำไปประกอบพิธีกรรมการเซ่นไหว้ใดๆได้อีก   ถือเป็นการไม่เหมาะควร   เว้นแต่นำไปใช้กับพระภูมิเจ้าที่(ตี่จูเอี้ย)ในบ้าน   นอกนั้นจะต้องนำไปลอย(จม)น้ำ   ซึ่งควรจะเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่หรือท้องทะเล   นั่นเป็นนัยสำคัญในทางจิตวิญญาณ  

ส่วนในด้านกายภาพ   นอกจากความสวยงามที่เหมาะควรต่อการใช้กราบไหว้บูชาพระและเทพแล้ว   โบราณยังถือว่ากระถางธูปเป็นสิ่งที่มีความเป็นมงคลในตัวมันเอง   และมีอิทธิพลต่อดวงชะตาตลอดจนสถานะของผู้กราบไหว้ได้เป็นอย่างดี   ยิ่งกระถางธูปที่ผลิตออกมาอย่างประณีต   เป็นการจำเพาะเจาะจงการใช้งาน   ด้วยการประดับสัญญลักษณ์หรืออักษรที่เป็นมงคลไว้ที่กระถางธูป   ก็ยิ่งเป็นการดี   ทั้งนี้เพราะมีความหมายไปในทางสรรค์สร้าง ย่อมนำมาซึ่งความสงบสุขร่มเย็นสู่ผู้ที่ได้กราบไหว้บูชา   เมื่อได้มองได้เห็น

ถ้าสรุปในระดับหนึ่ง   อาจกล่าวได้ว่านอกเหนือจากความสำคัญขององค์เทวรูปหรือรูปเคารพที่ประทับอยู่ ณ แท่นบูชานั้นๆแล้ว   ความสำคัญที่ทัดเทียมกันก็คือ กระถางธูป นี่แหละ  

ผู้กราบไหว้บูชาจะต้องให้ความเคารพกระถางธูปเสมอด้วยการถวายความเคารพต่อองค์เทพ   นั่นหมายความว่าถ้าไม่มีความจำเป็นชนิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงๆ   ก็ไม่ควรจะ เคลื่อนย้ายองค์เทวรูปและกระถางธูปบ่อยๆ (ไม่เป็นการดี)   เพราะเชื่อกันว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการรบกวนบารมีท่าน   แต่หากมีความจำเป็นเช่นที่กล่าวไว้แล้ว   เราก็สามารถจุดธูปเผากำยานเพื่อน้อมถวายและทูลฯขอเทวานุญาตต่อท่านได้   จะเพื่อการใดๆก็ตามที่มีความจำเป็นนั้นๆ ก็ให้ทูลฯไปตามนั้น ( ทูลฯไปตามความประสงค์ของตนตามข้อเท็จจริง)

บางครอบครัวที่ให้ความเคารพนับถือบูชาพระและเทพอย่างเคร่งครัดนั้น   กรณีที่สมาชิกในบ้านมีผู้หญิงและต้องกราบไหว้บูชาร่วมกัน   หากวันใดที่เธอมีฤดู(มีประจำเดือน-ถือว่าร่างกายไม่สะอาด)   ก็สามารถจะกราบไหว้บูชาได้ตามปกติ   แต่ไม่ควรปักธูปลงบนกระถางธูปด้วยตนเอง ควรจะให้ผู้อื่นเป็นผู้นำธูปนั้นไปปักลงในกระถางธูปแทนตน   เนื่องจากถือว่าเมื่อกายไม่สะอาดและเอื้อมมือข้ามกระถางธูป   ก็เสมือนการเอื้อมมือข้ามท่านซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นวัตรปฎิบัติอีกประการหนึ่งที่ผู้กราบไหว้บูชา   จะต้องให้ความสนใจ   นั่นก็คือ การรักษาความสะอาดของกระถางธูป ให้สะอาดอยู่เสมอ ( เฉพาะกระถางธูป)   โดยไม่ปล่อยให้ผงเถ้าธูปล้นหล่นร่วงลงบนแท่นบูชาจนดูเลอะเทอะไปทั่ว   อย่าไปยึดคติที่ว่าเถ้าธูปในกระถางธูปยิ่งมากยิ่งกองสูงๆเป็นเนินภูเขาก็จะยิ่งนำมาซึ่งโชคลาภเงินทอง   ผิดถนัดและตรงข้ามโดยสิ้นเชิง   นั่นเป็นความเชื่อที่คิดกันไปเอง   ไม่มีประเพณีหรือหลักฐานใดๆมาสนับสนุน   อาจจะด้วยเหตุนี้ก็เป็นไปได้ที่ทำให้บารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเทพนั้นๆ ลดหย่อนลงไป

ผู้กราบไหว้จะต้องคอยดูแลส่วนนี้ให้สะอาดอยู่เสมอ   อาจจะเป็นทุกๆวันพระ(ทั้งไทยและจีน)   ให้จัดเก็บก้านธูปในกระถางธูป   นำออกมา   ไม่ควรให้สะสมอยู่ในกระถางธูปเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่น   แต่ห้ามนำไปทิ้งถังขยะเป็นเด็ดขาด (ไม่ว่าจะเป็นก้านธูป , ผงเถ้าธูป)   ทั้งหากหล่นลงพื้นก็ต้องเก็บขึ้นไม่ให้ผู้คนในบ้านเดินเหยียบย่ำได้   และเก็บก้านธูปเหล่านี้ไว้ในกล่องหรือที่ที่จัดเก็บที่เหมาะสม   รวมไปถึงผงเถ้าธูปที่ตักออกจากกระถางธูปเมื่อมีมากจนล้น(รวมถึงส่วนที่หล่นบนแท่นไหว้) ก็ให้เก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมก่อน

เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้วเช่น กรณีการบูชาพระไทย   อาจทำการเผาก้านธูปในช่วงเวลาและสถานที่ใดก็ได้ที่เห็นว่าเหมาะสมหรือสะดวก   และผงเถ้าธูปที่ตักเก็บไว้นั้น ก็ให้โปรยลงแม่น้ำหรือเทไว้ตามโคนต้นไม้ขนาดใหญ่  

ส่วนแท่นบูชาเทพเจ้าของจีนนั้น(รวมถึงแท่นตี่จูเอี้ย)   การเซ่นไหว้ประจำเดือนในวันที่ 1 และ 15 ของเดือนจันทรคติจีน เราก็ต้องเผากระดาษเงิน-ทองเป็นปกติอยู่แล้ว ( มีที่ที่สำหรับเผากระดาษฯโดยตรง)   ก็ให้นำก้านธูปที่เก็บออกจากกระถางธูป   นำไปเผาพร้อมๆกับกระดาษเงินกระดาษทองในคราวเดียวกัน   เดือนละสองครั้ง(ตามวันพระจีน)   ส่วนผงเถ้าธูปนั้นให้เก็บเอาไว้ก่อน   เมื่อถึงวันที่ 24 เดือน 12 จีนของทุกปี(ก่อนวันไหว้เทศกาลตรุษจีน 6-7 วัน) ซึ่งเป็นวันไหว้ส่งเสด็จเทพฯขึ้นสรวงสวรรค์   เมื่อไหว้ส่งเสด็จเสร็จสมบูรณ์แล้ว   ก็ให้นำผงเถ้าธูปที่เก็บไว้ไปลอย(จม)น้ำ   ซึ่งควรจะเป็นแม่น้ำใหญ่หรือทะเล
       
โถกำยานหรือกระถางเผากำยาน  

อุปกรณ์ที่สำคัญในการไหว้พระบูชาเทพชิ้นที่สอง นั่นคือ โถกำยาน หรือกระถางเผากำยาน มีความสำคัญเช่นเดียวกับกระถางธูปทุกประการ   เว้นแต่โถกำยานอาจเคลื่อนย้ายได้ตามรูปแบบของพิธีกรรม(ส่วนกระถางธูปนั้นห้ามเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น)

เช่นในวันขึ้นปีใหม่จีน(วันตรุษจีน) จะมีประเพณีการไหว้รับเสด็จองค์ฉายเสิ้นเหย่หรือไฉ่ซิ้งเอี้ย(เทพเจ้าแห่งเงินตรา)ในคืนวันรับปีใหม่จีน   ซึ่งต้องจัดโต๊ะแท่นบูชากลางแจ้ง   กรณีนี้เราสามารถอัญเชิญโถเผากำยานไปที่แท่นบูชากลางแจ้งนั้นๆได้

แต่ควรจะมีพานรองรับโถกำยานไว้อีกชั้น   เนื่องจากเมื่อเผากำยานแล้ว โถกำยานจะมีความร้อนมาก   ไม่สามารถจับหรือถือโถกำยานได้โดยตรง   จะต้องอาศัยพานขนาดใหญ่พอที่จะรับหรือวางโถกำยานได้อย่างลงตัว   เพื่อเราจะสามารถประคองพานอัญเชิญโถกำยานได้สะดวก

เมื่อได้เวลาที่เราเสี่ยงทาย ( ด้วยการโยนไม้ปวยเสี่ยงทาย) แล้วว่า   เทพฯท่านได้เสด็จลงมาประทับ ณ แท่นบูชาที่สมควรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ก็ให้จุดกำยานในโถกำยานนั้นทันที   และอัญเชิญโถกำยาน(ที่จุดกำยานแล้ว)เข้ามาในบ้าน   โดยการถือหรือประคองโถกำยานนั้น   ประหนึ่งการประคองผู้อาวุโสหรือญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือเข้าบ้าน   เราจะต้องกระทำด้วยความละมุนละม่อม   สุภาพและสำรวม(การทำให้โถกำยานหล่นหลุดจากมือตกลงพื้น   ถือว่าอัปมงคลอย่างยิ่ง   ฉะนั้นควรระมัดระวังให้มาก) ควรจะเดินช้าๆไม่ต้องรีบ   แต่ละก้าวที่เดิน   ถึงช้าแต่ก็ให้หนักแน่นและมั่นคง  

เมื่อจะเข้าประตูบ้านก็ให้ทูลฯว่า “ ข้างหน้าเป็นประตูเข้าบ้าน ” ( ห้ามใช้เท้าเหยียบธรณีประตู   ให้ยกเท้าก้าวข้ามไป) และอัญเชิญโถกำยานไปพัก ณ แท่นบูชาหลักภายในบ้าน(หน้าตั่วหรือหน้าแท่นบูชา)ก็ให้ทูลฯท่านว่า “ ขออัญเชิญประทับ ณ แท่นบูชาอันสมควร ” 

เมื่อจุดธูปเทียนบูชาท่านเป็นคำรบสองเรียบร้อยแล้ว   ให้อัญเชิญโถกำยาน(ที่มีควันกำยานอยู่-หากควันน้อยลง ให้เติมกำยานผงได้อีก 1 ช้อนชาโดยประมาณ หรือน้อยกว่านั้น) ไปยังจุดแรกในบ้านคือจุดที่วางตู้เซฟ(ถ้ามี) ไม่ว่าจะเป็นตู้เซฟขนาดใดก็ตาม เมื่ออัญเชิญโถกำยานไปหยุดอยู่หน้าตู้เซฟแล้ว   ให้ยกโถกำยานขึ้นวนเป็นรูปวงกลมจนเกือบสุดแขน   โดยวน “ หมุนทวนเข็มนาฬิกา ” ( หมุนจากขวามาซ้าย) 3 รอบ หมุนช้าๆ ในขณะเดียวกันให้อธิษฐานขอพร(ตามที่ตนเองประสงค์)

ในกรณีที่บ้านใดไม่มีตู้เซฟ   ก็ให้อัญเชิญโถกำยานไปยังหน้าประตูห้องนอน   แต่ห้ามนำโถกำยานเข้าไปในห้องนอนโดดเด็ดขาด ( ถือเอาแนวธรณีประตูเป็นเส้นแบ่ง)

เว้นแต่บ้านที่มีตู้เซฟเก็บของสำคัญและมีค่าอยู่ในห้องนอน   ก็ให้อัญเชิญโถกำยานเข้าไปได้   แต่ก่อนข้ามธรณีประตูห้องนอน(ถือเอาแนวธรณีประตูเป็นเส้นแบ่ง)     ให้ทูลฯว่า “ ข้าพเจ้าขอน้อมรับพร 5 ประการเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าพเจ้าและครอบครัว ”  แล้วจึงยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูห้องนอนตรงไปยังที่ที่วางตู้เซฟ   แล้วปฏิบัติเช่นที่กล่าวไว้ในย่อหน้าก่อน

ส่วนบ้านที่ไม่มีตู้เซฟอยู่ในห้องนอน   ให้อัญเชิญโถกำยานหยุดยืนหน้าประตูห้องนอน (ควรเปิดประตูห้องนอนเตรียมเอาไว้ และควรทำความสะอาดห้องนอนเช่น เปลี่ยนผ้าที่ปูที่นอน, ปลอกหมอน, ผาห่ม ฯลฯ ให้เป็นของใหม่) และกระทำวิธีเดียวกันคือ ยกโถกำยานขึ้นเกือบสุดแขนด้วยอาการเคารพ   แล้วหมุนวนเป็นวงกลม   โดยวนหมุนทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ   ขณะเดียวกันก็ให้อธิษฐานขอพร(ตามที่ตนเองประสงค์)   หากมีห้องนอนเด็กๆหรือลูกๆ ก็ให้กระทำเช่นเดียวกัน   แต่อธิษฐานขอพรให้เด็กๆและลูกหลาน   มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์   อย่าเจ็บไข้ได้ป่วย   ขอให้มีสติปัญญาและมีความกตัญญูรู้คุณ ฯลฯ

หากบ้านใดจำเป็นต้องอัญเชิญโถกำยานขึ้นบันไดบ้าน(ไปชั้นที่สองหรือสามฯลฯ) ก่อนจะขึ้นบันไดขั้นแรก   จะต้องทูลฯว่า “ ข้างหน้าเป็นบันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นบน ”  ทำนองเดียวกัน   เมื่อเสร็จขั้นตอนต่างๆแล้วก่อนที่จะอัญเชิญลงมาชั้นล่าง   จะต้องทูลฯว่า “ ข้างหน้าเป็นบันไดเพื่อลงสู่ชั้นล่าง ” แล้วประคองโถกำยานเดินขึ้นหรือลงบันไดอย่างช้าๆ   สำรวม ( ให้ระลึกเสมอว่าเรากำลังประคองผู้อาวุโสหรือผู้มีพระคุณที่เคารพนับถือ)

เมื่อเสร็จสิ้นในขั้นตอนนั้นทั้งหมดแล้ว   ให้อัญเชิญโถกำยานกลับมาที่แท่นบูชา   เข้าประจำไว้ที่เดิม(ที่ที่ซึ่งก่อนที่จะยกออกไปวางกลางแจ้ง) โดยทูลฯว่า “ ขออัญเชิญประทับ ณ แท่นบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลและประทานพร 5 ประการแก่ข้าพเจ้าและครอบครัว ”  เมื่ออัญเชิญโถกำยานเข้าแท่นที่ประทับเรียบร้อยแล้ว   ให้จุดธูปถวายเป็นคำรบสาม โดยคราวนี้ให้ทูลฯ ขอขมา ต่อพระและเทพ   หากมีสิ่งใดๆผิดพลาดขาดเกินหรือล่วงล้ำก่ำเกิน   จะด้วยกายวาจาใจ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ดี   พลั้งเพลอไปก็ดี   ขอให้อโหสิกรรมนั้นๆแก่ลูกหลานผู้บูชากราบไหว้   ได้โปรดอย่าถือโทษแก่ผู้กราบไหว้ ฯลฯ  

นั่นก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีกรรมโดยบริบูรณ์   จัดแจงจัดเก็บข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆบนโต๊ะไหว้ได้เลย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างพิธีกรรมหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า   แท่นบูชาพระและเทพจำเป็นต้องมีหรือต้องใช้โถกำยาน   ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะเจาะจงสำหรับการบูชาพระและเทพโดยตรง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซ่นไหว้บูชาเทพ   กลิ่นหมอหรือเครื่องหอมมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดซึ่งจะขาดเสียมิได้ ไม่ว่าจะเป็นเทพตามคติไทย , จีนและฮินดู(แม้แต่ศาสนาอื่นๆ)   และต้องมีที่สำหรับเผาเครื่องหอมถวายอย่างเป็นกิจลักษณะจำเพาะเจาะจงเช่นเดียวกับกระถางธูป  

ทั้งการดูแลและรักษาโถกำยานก็เช่นเดียวกับการดูแลรักษากระถางธูปทุกประการ   เว้นแต่ผงเถ้ากำยานในโถ   หากมากเกินไปก็ให้ตักออกมาเก็บรวมกับผงเถ้าธูปได้   แต่ห้ามตักผงเถ้าธูปออกจากโถกำยานจนหมด ให้เหลือติดเอาไว้ที่ก้นโถกำยานในระดับที่พอสมควร   อาจจะเป็นจำนวนเศษ 1 ส่วน 6 ก็ได้ (กำยานผงหากเผาปริมาณมากๆในคราวเดียว กลิ่นหอมจะลดลง)

พานและถ้วยน้ำดื่ม

อุปกรณ์ชิ้นท้ายสุดที่ควรมีเป็นการเฉพาะชิ้นที่สาม   นั่นคือ พาน ( รวมถึงถ้วยน้ำดื่มสำหรับใส่น้ำดื่มและของไหว้พระบูชาเทพอย่างเจาะจง) ซึ่งสำคัญเสมอกับแจกันใส่ดอกไม้สดบูชาพระและเทพ ชนชาวจีนในอดีตมักนิยมผลิตแจกันกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับกระถางธูปและโถกำยาน เนื่องเพราะจำเป็นต่อการบูชาพระและเทพ จึงมักออกแบบแจกันอย่างสวยงามไม่ต่างไปจากสองชิ้นแรก   สิ่งเหล่านี้ส่วนมากได้ถูกละเลยโดยแทบจะสิ้นเชิง (ในปัจจุบัน)

เช่นเดียวกับการขาดการเอาใจใส่กระถางธูป , โถกำยาน ฯลฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใด   มีอะไรที่หยิบฉวยได้ก็จะใช้ไปเท่าที่มี   โดยไม่จำแนกแยกแยะว่าของส่วนใดที่เราใช้แล้ว   เหมาะควรหรือไม่ที่จะนำไปถวายพระหรือเทพ   หรือใช้งานร่วมกับพระ-เทพ   ซึ่งนั่นเป็นความคิดอ่านระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน   ไม่ใช่มนุษย์กับทวยเทพ   และเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

การใช้พานใส่ของไหว้ต่างๆเช่นผลไม้ , ขนม ฯลฯ โดยเฉพาะการถวายแด่พระโพธิสัตว์และองค์เทพฯ ( เช่นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรกวนอิม ,  องค์พ่อจตุคามรามเทพ ฯลฯ) พานเป็นสิ่งจำเป็นทันที โบราณไม่นิยมใช้จานหรือถาด (ที่วางแล้วติดกับพื้นแท่นหรือโต๊ะโดยตรง)ใส่ของถวายพระพุทธ, พระโพธิสัตว์และเทพ   ยิ่งเป็นจานที่เราใช้สอยอยู่เป็นประจำ   ยิ่งเป็นการไม่สมควร   เพราะเท่ากับเราเอาของต่ำไปถวายสิ่งศํกดิ์สิทธิ์   จานเหล่านั้นได้ผ่านการใช้กับอาหารทั้งคาวหวานมานับไม่ถ้วน   จึงไม่สะอาดพอที่จะนำกลับไปใช้บูชาพระและเทพ   ควรมีพานแยกแยะไว้เป็นส่วนของพิธีกรรมการไหว้โดยเฉพาะ   อย่านำมาใช้ปนเปกัน

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพานใส่ผลไม้หรือขนมฯถวายพระและเทพ   ซึ่งควรกล่าวถึงในคราวเดียวกันนี้ก็คือ อย่าวางผลไม้ , ดอกไม้สด   ถวายพระหรือเทพ   จนเหี่ยวแห้งหรือสุกเน่าอยู่บนพานต่อหน้าแท่นที่บูชา   นั่นถือเป็นความอัปมงคลลักษณะหนึ่ง   ไม่เป็นผลดีต่อผู้กราบไหว้บูชา   ควรหมั่นสังเกตดูบ้างว่า   ผลไม้ที่ถวายนั้น   วางไว้นานเกินไปหรือเปล่า   ดอกไม้และผลไม้เริ่มเหี่ยวหรือสุกเกินไปหรือเปล่า   ควรจะลาสิ่งของเหล่านี้ก่อนที่จะสุกหรือเหี่ยวแห้งเกินไป

หวังอย่างยิ่งว่า ข้อความเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา   เลื่อมใสการไหว้พระบูชาเทพบ้างตามสมควรนะครับ

หมายเหตุ :

กรณีถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำพวงมาลัยคล้องหรือห้อยตามองค์เทวรูปโดยเฉพาะพระศอพระกรโดยเด็ดขาด ( พึงระลึกอยู่เสมอว่า นี่เป็นพระและเทพนะครับ ไม่ใช่นักร้องซุปเปอร์สตาร์ยอดฮิต)   ควรวางพวงมาลัยในพาน , หรือคล้องข้างกระถางธูป , โถกำยาน   เมื่อดอกไม้เริ่มหมองคล้ำเหี่ยวเฉา   ให้รีบเอาออก

ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่หมวด "เทวภัณฑ์" http://www.tewaracha.com/shop_pot.shtml

 

ธนกฤต เสรีรักษ์
ตุลาคม 2550