ว่าด้วยเรื่อง “กำยาน” เครื่องหอมไหว้พระบูชาเทพ

กล่าวได้ว่าเป็นของคู่กันเสมอระหว่างองค์เทพองค์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย กับการบูชาท่านด้วย   “ เครื่องหอม ”  

มีหลักฐานปรากฏในคัมภีร์หรือตำนานเก่าแก่มาช้านาน   ที่ปรากฏชัดเจนก็เห็นจะเป็นพิธีกรรมของชาวฮินดู   ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว “ เครื่องหอม ” ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทวยเทพของฮินดูเท่านั้น   แต่เกือบทุกลัทธิศาสนาล้วนใช้ “ เครื่องหอม ” เป็นเครื่องสักการะบูชาบารมีของทวยเทพทั้งปวงที่ตนนับถือ

ยกตัวอย่างเรื่องราวของเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กำยาน ในคัมภีร์ไบเบิ้ลของคริตศาสนา   ดังนี้

“... ศาสนาใช้ประโยชน์จากกำยานมากทีเดียว   เพื่อสร้างบรรยากาศเฉพาะและเป็นการอัญเชิญพระเจ้าให้มาประทับในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์   พระเจ้าเองตรัสแก่โมเสสให้ถวายกำยานวันละ 2  ครั้ง   หน้าสักการสถาน( 1)  ควันจากกำยานเป็นสิ่งที่เห็นได้และลอยวนขึ้นเบื้องบน   ซึ่งเป็นเป็นสัญลักษณ์ที่คำภาวนาที่ลอยขึ้นสู่พระเจ้าว่า   " ขอให้คำอธิษฐานของข้าพระองค์เป็นดังเครื่องหอมต่อพระพักตร์พระองค์"  ( สดด. 141.2)

การก้าวสู่ธรณีประตูของพันธสัญญาใหม่   ขณะที่เศคาริยาห์ถวายเครื่องบูชาอัครทูตสวรรค์กาเบรียลมาแจ้งสารเกี่ยวกับกำเนิดของนักบุญยอห์น   บัปติสท์ ( 2)  ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมจะเล่าถึงพิธีกรรมในสวรรค์ว่า " ทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งถือถาดทองคำสำหรับเผากำยานถวาย   มายืนอยู่หน้าพระแท่นบูชา   ทูตสวรรค์องค์นี้ได้รับกำยานมาเพื่อถวายร่วมกับคำอธิษฐานภาวนาของผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย   บนพระแท่นทองคำ ซึ่งอยู่หน้าพระบัลลังก์  

ควันของกำยานพร้อมกับคำอธิษฐานภาวนาของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ลอยขึ้นไปเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าจากมือของทูตสวรรค์" ( วว. 8.3-4)

ดังนั้นกำยานเป็นคารวะกิจเพื่อสรรเสริญพระเจ้า   เสมือนเป็นของขวัญที่บรรดาโหราจารย์ถวายแด่พระกุมารเยซู     กำยานหมายถึงการเป็นพระเจ้า   ทองคำหมายถึงการเป็นกษัตริย์     และมดยอบหมายถึง การเป็นมนุษย์   ( ที่ฝังพระศพ) ( 3) 

เราถวายกำยานแด่พระเจ้าเป็นสิ่งแรก   หมายถึงทุกสิ่งที่ควันจากกำยานไปสัมผัส และทุกสิ่งที่เป็นของพระเยซู   ไม่ว่ากางเขน   พระแท่น   หนังสือพระวรสาร ขนมปัง   เหล้าองุ่นก่อนและหลังการเสก   อีกทั้งผู้ประกอบพิธีและสัตบุรุษ   แม้กระทั่งผู้ล่วงลับในระหว่างพิธีปลงศพ   ศพซึ่งเป็นพระวิหารของพระจิตก็จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์  

เพื่อให้กำยานเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง   จึงต้องใส่ในเต้ากำยาน     พร้อมกับมีที่แขวนเต้ากำยานที่มีโซ่ 3 เส้นหรือเส้นเดียวก็มี   เพื่อสะดวกในการเคลื่อนไหว     ผู้ประกอบพิธีใช้ช้อนตักกำยานจากภาชนะที่ใส่กำยานและใส่ถ่านในกระเปาะ   ควันจะกระจายไปเมื่อมีการแกว่งเต้ากำยาน     ขาตั้งเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อนเรียกว่า Thurifer ( มาจากคำละตินว่า thus แปลว่า กำยาน ส่วน ferre  " การถือ")    

พระศาสนจักรออธอร์ดอกส์ใช้กำยานบ่อยมากต่อหน้ารูปเคารพ ( Icons) และชอบกลิ่นหอมมากด้วย (มักใช้ดอกกุหลาบ).... ”

ไม่เพียงศาสนาที่มีรากฐานการก่อเกิดในซีกโลกตะวันตกเท่านั้น แม้ศาสนาที่เก่าแก่ทางซีกโลกตะวันออกเช่นพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ก็มีการอ้างถึงการใช้ “ เครื่องหอม ” เป็นพุทธบูชา ดังปรากฏอยู่ในบทสวดมนต์สำคัญที่พุทธมหายานจะต้องเริ่มต้นในพิธีกรรมการสวดมนต์ลำดับต้นๆเสมอ

นั่นก็คือบทสวดมนต์ที่ชื่อว่า “ สุคนธเมฆสรรเสริญ ” (เซียง ยง จั่ง) มุ่งเน้นโดยเฉพาะเจาะจงถึงการถวายเครื่องหมอ(กำยาน)เป็นพุทธบูชา ดังเนื้อความในบทสวดมนต์ที่ว่า........

" ควันแห่งเครื่องสุคนธ์เต็มเปี่ยม(ไปทั่วบริเวณ)...ยังให้พระคุณธรรมของพระอริยะเจ้า ประกายฉายฉานเห็นเด่นชัด....ให้โพธิจิตได้แผ่ไปอย่างไพศาลมิอาจประมาณ.......มีประภามณฑลสาดส่องต้องอายตนะ (อ่านออกเสียงว่า อา-ยะ-ตะ-นะ).......อันเป็นสิ่งที่ศุภประเสริฐ เป็นสิ่งที่มิ่งมงคล.....แล้วจึงป่าวประกาศแด่พระผู้เป็นองค์ธรรมราชา.....ขอนอบน้อมแด่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ ผู้อยู่ใต้ร่มฉัตรแห่งควันเครื่องหอมนี้.. "

กำยานเป็นพันธ์ไม้ทางซีกโลกตะวันออก   กำยานเป็นไม้ต้น สูง 10–20 ม. เรือนยอดโปร่ง   ลำต้นปลายตรง     เปลือกเรียบ   สีเทา   กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม   ใบเดี่ยว   เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ กว้าง 3–4.5 ซม. ยาว 8–12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนและเบี้ยวเล็กน้อย   ท้องใบสีขาวมีขนประปราย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย   เส้นแขนงใบ 6–8 คู่   ก้านใบยาวประมาณ 1.5 ซม.  

ดอกสีขาว กลิ่นหอม   ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง   ผลกลมหรือแป้น สีเขียวอ่อน   กว้างประมาณ 2.5 ซม.   ยาวประมาณ 2 ซม.   เปลือกแข็ง   มีฝาหรือหมวกปิดขั้วผล   ซึ่งพัฒนาจากกลีบเลี้ยง มี 1–2 เมล็ด

ต่อมาคำว่า “ กำยาน ”  ก็มีความหมาย ครอบคลุมไปถึงเครื่องหอมทุกชนิด ซึ่งมีทั้งชนิดก้อน ,  แท่ง (บ้างก็เป็นก้านไม้ที่ตัดเฉพาะท่อนเพื่อการเผา) ,  ผง และชนิดน้ำ   มีที่มาจากหลายๆพันธ์ไม้   ไม่ได้จำกัดอยู่กับผลิตภัณฑ์จากต้นกำยานเพียงอย่างเดียว   หากแต่เป็นวัตถุดิบที่นำมาเพื่อการเสพกลิ่น   ก็เรียกสรรพนามพวกนี้ว่ากำยาน

ยิ่งในยุคปัจจุบันซึ่งเจริญด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย   การปรับแต่งกลิ่นสังเคราะห์ต่างๆ   ก็มีบทบาทเข้ามาในพิธีกรรมการบูชาเทพด้วยเครื่องหอมเช่นกัน  

แต่แน่นอนว่าวัตถุดิบประเภทนี้   ย่อมมีอันตรายต่อสุขภาพร่างกายแฝงเร้นมาด้วยเสมอ ต่างไปจากเครื่องหอมที่เป็นธรรมชาติล้วนๆ   ซึ่งในอดีตกาลเชื่อกันว่า   กลิ่นหอมเหล่านี้มีสรรพคุณเป็นยา   สามารถบำบัดรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง   โดยเฉพาะโรคทางใจหรือทางอารมณ์

ตัวอย่างที่ได้มาจากการเก็บสถิติของคนยุคหนึ่ง   ระบุได้ชัดเจนถึงกลิ่นต่างๆของกำยานที่สามารถบำบัดรักษาหรือช่วยเสริมพลังชีวิตพลังธาตุในร่างกายของคนเรา   ให้สดชื่นทรงพลัง   ลองพิจารณาดูนะครับ

กลิ่นกระดังงา   ทำให้มั่นใจ และจิตใจสบาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ให้ความอบอุ่น และอารมณ์รัญจวน

กลิ่นกุหลาบ ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียด จิตใจเบิกบาน คลายความอ่อนล้าทั้งร่างกาย และจิตใจ

กลิ่นขิง   บรรเทาอาการเครียด กระวนกระวาย เหนื่อยล้า และทำให้เกิดอาการตี่นตัว

กลิ่นคาโมมายล์ ทำให้จิตใจแจ่มใส สงบ

กลิ่นเจราเนียม   ช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เข้าสู่สมดุล ทำให้จิตใจเป็นปกติ จึง มีประโยชน์สำหรับสตรีวัยทอง ที่มีอารมณ์ปรวนแปร หดหู่ เศร้าหมอง

กลิ่นเปปเปอร์มินต์   ทำให้จิตใจแจ่มใส ปลอดโปร่ง สดชื่น และมีชีวิตชีวา

กลิ่นมะนาว   ทำให้สดชื่น แจ่มใส มีสมาธิ

กลิ่นมะลิ   ช่วยให้เกิดความมั่นใจ และจิตใจสบาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย     ให้ ความอบอุ่นและอารมณ์รัญจวน

กลิ่นไม้จันทน์หอม (SANDALWOOD) ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย สงบ สร้างความสดชื่นให้กับจิตใจที่กำลังหดหู่และช่วยให้นอนหลับสบาย

กลิ่นยูคาลิปตัส   ทำให้หายใจโล่ง ปลอดโปร่ง มีสมาธิ ทำให้สดชื่น

กลิ่นลาเวนเดอร์   ทำให้คลายเครียด ลดความกังวล นอนหลับสบาย ทำให้ใจสงบ

กลิ่นส้ม   ช่วยให้การเผาผลาญพลังงานเป็นไปตามปกติ ทำให้สดชื่น ผ่อนคลาย     ความตึงเครียด

กลิ่นองุ่น ช่วยให้อารมณ์แจ่มใสสดชื่น

อันที่จริงการไหว้พระบูชาเทพจำเป็นจะต้องมีเครื่องหอมเป็นเครื่องเซ่นไหว้   และกำยานก็เป็นเครื่องหอมหลักที่ใช้กันมายาวนานนับพันปีดังที่กล่าวแล้ว   ต่อมาจึงพัฒนามาเป็นธูป(มีก้าน)เพื่อสะดวกในการใช้งาน

แต่กำยานดั้งเดิมก็ยังนิยมใช้กันอยู่ในกลุ่มที่บูชาเทพอย่างเคร่งครัด   กำยานกลิ่นที่นิยมนำมาบูชาเทพจะเป็นกลิ่นไม้จันทร์หอม   ซึ่งไม้จันทร์หอมก็มีหลายกลิ่นหลายพันธ์   ให้กลิ่นที่แตกต่างกันออกไป(ขึ้นกับท้องถิ่นและดินที่ปลูก)   เช่นกลิ่นไม้จันทร์หอมเหลี่ยว(กลิ่นสมุนไพรจีน) ,  ไม้จันทร์หอมกะพ้อ, ไม้จันทร์หอมผา ,  ไม้จันทร์หอมชะมด ฯลฯ

นอกจากจะผลิตกำยานพวกนี้ออกมาเป็นธูป(มีก้าน)และเป็นแท่งเป็นก้อนแล้ว   ไม้จันทร์หอมและไม้จันทร์เหลี่ยวก็ยังมีจำหน่ายในลักษณะที่เป็นท่อนๆ   ขนาดพอเหมาะต่อการกระทำพิธีกรรมในคราวหนึ่งๆ   รวมถึงกำยานผงไม้จันทร์หอมซึ่งบดอย่างละเอียด   ง่ายต่อการติดไฟ

ในการไหว้พระบูชาเทพมักนิยมบูชา กำยาน ในพิธีกรรมสำคัญๆ เช่น วันฉลองคล้ายวันประสูติหรือวันสำคัญต่างๆของพระหรือเทพแต่ละองค์   และบางกรณีก็สามารถถวายได้โดยไม่เงือนเวลามากำหนด หากรู้สึกว่าต้องถวายกำยาน ก็ให้ทำตามความรู้สึกนั้นทันที หรือหากตนเองได้กลิ่นอับหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์มาแตะที่จมูก ก็ให้ถวายกำยานที่แท่นบูชาทันที

อาจเริ่มจากการใช้กำยานก้อนซึ่งสะดวกในการใช้งาน   และโถกำยานสำหรับเผาก็ไม่ใหญ่โตอะไรมากมายนัก เหมาะกับแท่นบูชาที่อาจคับแคบ เนื้อที่ใช้สอยจำกัด และกำยานก้อนก็หาซื้อได้ง่าย   มีจำหน่ายตามร้านขายธูปทั่วไป   ซึ่งอาจไม่ใช่กำยานแท้ๆ   แต่มีการผสมผงธูปผงแป้งและผงขี้เลื่อยเข้าไปเจือจางในอัตราส่วนที่มากกว่าผงกำยานแท้ๆ   หรือบ้างก็ใช้หัวน้ำหอมอบแห้ง(ควรระมัดระวังในการเลือกใช้   อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้)  

ทั้งนี้ที่แท่นบูชาพระจะต้องมีโถกำยานหรือโถเผากำยาน(ซวงโล้)   ขนาดที่พอเหมาะต่อสถานที่(ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป) เอาไว้ประจำ ปกติหากองค์ประธานของแท่นบูชานั้นๆเป็นเทพองค์ใดแล้ว   ให้ถือว่าโถกำยานนั้น   เป็นของเฉพาะองค์   ไม่สามารถนำไปใช้บูชาเทพองค์อื่นๆได้อีก   เว้นแต่องค์เทพเหล่านั้นประทับร่วมในแท่นบูชาเดียวกันหรือร่วมกระถางธูปใบเดียวกัน

นอกจากกำยานก้อนหรือแท่งแล้ว   ก็ยังสามารถเลือกใช้กำยานผง , หรือไม้หอมท่อนชิ้นเล็กๆ   แล้วแต่ความศรัทธาและบารมีของเทพแต่ละองค์   เช่นเดียวกัน   การเลือกซื้อผงกำยานจะต้องรอบคอบ   อย่าเลือกเฉพาะของที่ราคาถูกสตางค์เพียงถ่ายเดียว   เพราะนั่นอาจเป็นผงกำยานที่ผ่านการผสมแต่งกลิ่นจากสารเคมีหรือสารตะกั่วบางชนิดในเนื้อผงกำยาน(เพื่อให้ได้ปริมาณมากและกลิ่นที่รุนแรง)   เมื่อผ่านการเผาไหม้   ก็จะกระตุ้นให้สารตะกั่วระเหยตัว   กระจายไปทั่วบริเวณ   ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้  

สำหรับการบูชาพระพุทธและพระโพธิสัตว์(โดยเฉพาะพระโพธิสัตว์กวนอิม)   การถวายเครื่องหอมกำยาน   ถือเป็นพิธีกรรมหลักที่ผู้บูชากราบไหว้จะต้องน้อมนำถวายอยู่เป็นประจำและสม่ำเสมอ  

เช่นเดียวกับองค์มหาเทพของฮินดูเช่นพระพิฆเนศวร์   ซึ่งต้องถวายกำยานเครื่องหอมในทุกๆวันแรม 4 ค่ำของเดือนเป็นประจำ (บางท่านก็ถวายเป็นประจำทุกวัน แล้วแต่ศรัทธา)

โถเผากำยานมีหลายขนาดให้เลือกใช้   ตั้งแต่ใบเล็กๆไม่กี่นิ้วไปจนถึงขนาดใหญ่มีขาตั้ง   ซึ่งมีทั้งที่ผลิตจากเซรามิก, ทองเหลือง นอกจากจะใช้ในการเผากำยานถวายพระถวายเทพแล้ว   โถกำยานก็ยังเป็นที่ที่สำหรับเผาใบอนุโมทนาบัตร ,  ฮู้หรือคำสั่งเทพหรือกระดาษขอพร ฯลฯ   ในกรณีเหล่านี้อาจต้องเลือกใช้โถกำยานที่ขนาดพอเหมาะต่อการใช้งานนั้นๆ  

ยกตัวอย่างเช่นท่านได้ไปทำบุญที่มูลนิธิปอเต๊กตึ่งด้วยการซื้อโลงศพบริจาคเพื่อศพไม่มีญาติ   เป็นการสะเดาะเคราะห์สืบชะตา   มูลนิธิฯจะออกใบอนุโมทนาบัตรมาให้   หากที่บ้านท่านไม่มีแท่นบูชาหรือหิ้งพระ   ท่านก็สามารถเผาใบอนุโมทนาบัตรนั้นได้ที่หน้าศาลเจ้า   โดยอธิษฐานอุทิศกุศลผลบุญนั้นๆให้แก่ผู้ที่ท่านเจาะจง

แต่กรณีที่ท่านมีแท่นบูชาพระที่บ้านและมีโถกำยานที่ว่านี้   ท่านก็นำเอาใบอนุโมทนาบัตรนั้นกลับมาที่บ้าน   โดยนำใบอนุโมทนาบัตรประจบพนมมืออธิษฐานต่อหน้าแท่นบูชา   กล่าวคำอุทิศกุศลผลบุญอันท่านได้กระทำแล้วในวันนั้นๆ   ถวายแด่องค์เทพที่ท่านกราบไหว้บูชา   ขอให้ญาณบารมีของท่าน   ศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้นไป   แล้วก็ให้เผาใบอนุโมทนาบัตรนั้นในโถกำยานต่อเบื้องพระพักตร์ขององค์เทพนั้นๆ

หากท่านเลือกใช้กำยานชนิดก้อนหรือแท่ง   ก็สามารถจุดกำยานแล้ววางลงในโถฯได้เลย(กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้โถกำยานใบใหญ่เกินไป)   แต่หากใช้กำยานชนิดผง   ภายในโถกำยานต้องรองรับด้วยเถ้าธูปรองพื้นไว้ส่วนหนึ่งก่อน ( เอาเถ้าธูปจากกระถางธูปที่บ้านนั่นแหละ)   แล้วก็ตักกำยานผงประมาณ 1 ช้อนชา   วางลงไป   จุดไฟซึ่งอาจจะจุดกำยานก้อนวางลงบนผงกำยานอีกทีเพื่อเป็นการจุดนำ   หรืออาจใช้ธูปขดขนาดเล็กๆ   จุดแล้ววางลงบนกำยานผง   สักครู่ก็จะได้กลิ่นที่หอมละมุนไปทั่วบริเวณ

ในวันสำคัญขององค์เทพ   อาจต้องเผากำยานถวายในปริมาณที่มากกว่าปกติ   เราก็สามารถใช้ผงกำยานรองพื้นไว้ในโถกำยานอาจจะเป็น 2-3 ช้อนโต๊ะ   แล้วทำกรรมวิธีเดียวกับข้างต้น   หรืออาจเพิ่มไม้จันทร์หอมเป็นท่อนเล็กๆเสริมไว้ด้านบน   ก็จะได้กลิ่นหอมที่ประณีต   สงบและเยือกเย็น

กำยานนอกจากจุดถวายแด่องค์เทพแล้ว   กลิ่นกำยานก็ยังมีสรรพคุณบำบัดโรคาพยาธิได้อีกส่วนหนึ่ง   ทำให้จิตมุ่งเข้าสู่สมาธิได้เร็วและมั่นคง   ดิ่งเข้าสู่ภวังคจิตในเวลาอันรวดเร็ว   ทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น คลายความเครียด   และกำยานที่ดีต้องเป็นกำยานที่ผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์   ไม่มีการปนเปื้อนสารตะกั่วหรือเคมีอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย (ควรเลือกซื้อกำยานคุณภาพสูงเท่านั้น   อย่าตระหนี่ในส่วนที่ไม่ควรนะครับ)  

นอกจากนั้น   ควันกำยานถือว่าเป็นสิ่งที่สะอาด   บริสุทธิ์   และมีพลังอยู่ในตัวเองตามธรรมชาติ   สามารถใช้ "ล้าง" มลทินหรืออวมงคลต่างๆในบ้านเรือนได้เป็นอย่างดี   ไม่ว่าจะ "ล้าง" ตัวหรือแท่นบูชา ,  เครื่องรางของขลังก่อนจะนำมาใช้เป็นครั้งแรก(เช่นหินทิเบต , หยกปี๊เซียะ ฯลฯ) , ถ้วยชามสำหรับกินเจ , อุปกรณ์ต่างๆประจำองค์เทพ ฯลฯ

ด้วยการนำสิ่งเหล่านั้นมารมควันกำยาน   หรืออัญเชิญโถกำยานไปในส่วนต่างๆของบ้านเรือนเพื่อให้ควันของกำยานกระจายตัวไปในที่ต่างๆ   เป็นการขจัดความอัปมงคลทั้งปวงให้สิ้นไป


 

ธนกฤต เสรีรักษ์

กันยายน 2550