การจัดโต๊ะไหว้เจ้า

นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งมีความหลากหลายทั้งแนวคิดและวิธีปฏิบัติ   โบราณจึงว่าจีน 12 ภาษา   นั่นย่อมหมายถึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างสุดขั้ว   ไทยก็รับเอาวัฒนธรรมบางส่วนเข้ามาพร้อมๆกับการอพยพของคนจีนรุ่นคุณปู่(อาก๋ง)   ที่ว่ากันว่ามีแค่เสื่อผืนหมอนใบเท่านั้น   แต่แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาของวัฒนธรรมหนึ่งๆ   ย่อมมีขึ้นได้เป็นเรื่องธรรมดา   เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งมีชีวิต   ย่อมอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ของความผันแปรเช่นสรรพสิ่งอื่นๆนั่นแล้ว

บางท่านว่าเป็นธรรมชาติลักษณะหนึ่งของการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ   ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่า   วัฒนธรรมการไหว้เจ้าของคนจีน   แม้จะร่อนเร่พเนจรไปในแผ่นดินใดๆก็ตาม   การไหว้พระบูชาเทพก็จะไม่มีวันสูญพันธ์ไปจากสังคมมนุษย์   ไม่ว่าสังคมนั้นจะเจริญด้วยเทคโนโลยีปานใดก็ตาม   ทั้งนี้เพราะวัฒนธรรมการไหว้เจ้าเป็นเสมือนจิตวิญญาณของผู้คน   ภายใต้จิตสำนึกลึกๆแล้ว   มีความผูกพันอยู่กับพิธีกรรมเหล่านี้อย่างแนบแน่น   เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างเพื่อรักษาวัฒนธรรมนั้นๆให้คงอยู่

การจัดโต๊ะไหว้เจ้า ไม่เคยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรปรากฏชัดเจนในตำราใดๆมาก่อน   ส่วนใหญ่จะเป็นการรับสืบทอดกันต่อๆมาภายในครอบครัวหนึ่งๆ   ด้วยการจดจำ(ครูพักลักจำ)เป็นส่วนใหญ่   จะเข้าข่ายลัทธิเอาอย่างหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ   อย่างที่เกริ่นนำนั่นละครับ   รูปแบบการจัดโต๊ะไหว้เจ้าย่อมมีความแตกกต่างกันออกไปบ้าง   แต่โดยโครงสร้างหลักๆแล้ว   มีความแตกต่างไม่มากนัก   ยิ่งพิจารณาในแง่ของปรัชญาด้วยแล้ว   ดูเหมือนทั้งหมดจะสอดคล้องต้องกันไปในแนวทางเดียวกันชัดเจน

ยกตัวอย่างบางจังหวัดทางภาคใต้   ซึ่งกล่าวได้ว่า   จังหวัดทางภาคใต้ของไทย   มีการไหว้พระบูชาเทพอย่างเคร่งครัดและจริงจังมากที่สุดของทุกภาคของไทย โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นชายฝั่งทะเลอันดามัน(ภาคใต้ตะวันตก)   อาจจะเป็นไปได้ว่าชาวจีนฮกเกี๋ยน ซึ่งถนัดในการไหว้เจ้าและได้เข้ามาก่อร่างสร้างฐานะในจังหวัดแถบชายทะเลฝั่งอันดามันมากที่สุด   ลูกหลานของบรรพชนเหล่านี้จึงรับพิธีกรรมทั้งรูปแบบและเนื้อหาสืบต่อกันมามิได้ขาดช่วง

แต่ละจังหวัดก็จะมีข้อแตกต่างกันออกไปบ้างเช่นที่ว่าไว้   ตัวอย่างการวางสัปรดบนโต๊ะไหว้   ถ้าเป็นพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต   จะวางสัปรดโดยการตั้งยืน แต่ขณะเดียวกันพี่น้องชาวจังหวัดตรัง   กลับนิยมวางสัปรดบนโต๊ะไหว้ ด้วยการวางนอน ( ชาวตรังบอกว่าวางนอนหมายถึงไหว้พระ ,  วางตั้ง(ยืน)หมายถึงการไหว้ผีบรรพบุรุษ)    

อย่างไรก็ตาม   ข้อแตกต่างในรายละเอียดนั้นๆ ไม่ถือเป็นสาระสำคัญแต่อย่างใด เช่นที่ได้กล่าวไว้แล้ว   แม้แต่จีนซึ่งเป็นต้นตำหรับโดยแท้   ก็ยังมีข้อแตกต่างกันออกไปเสมอสำหรับการจัดโต๊ะไหว้เจ้า   แต่สาระสำคัญหลักๆ ก็ยังสอดคล้องกลมกลืนเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี

ถ้าจะว่าไปแล้ว   การจัดโต๊ะไหว้เจ้า   ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากการจัดแท่นบูชาเจ้า(เทพ)แต่ประการใด   หลักใหญ่พอจะสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้

แท่นบูชาและองค์เทวรูป

การจัดลำดับธูปเทียนเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ จะต้องนับจากแท่นที่บูชาไล่เข้ามาหาตัวผู้ศรัทธา   ซึ่งแน่นอนว่าผู้ศรัทธาจะต้องอยู่คนละฝั่งกับแท่นบูชา   นั่นหมายความว่าระหว่างเรากับเทวรูปหรือแท่นบูชา   จะต้องมีโต๊ะไหว้คั่นกลาง   โดยกำหนดเริ่มจากแท่นบูชาหรือเทวรูปเป็นหลัก

กระถางธูป

ถัดจากแท่นที่ประทับ , เทวรูป   ก็จะเป็นกระถางธูปซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด จะเป็นรองก็แต่เพียงองค์เทวรูปเท่านั้น   จะต้องวางกระถางธูปไว้หน้าแท่นบูชา-หน้าเทวรูป   โดยให้มีระยะห่างพอสมควร(เพื่อป้องกันไม่ให้เศษหรือก้านธูปที่ติดไฟ   หล่นลงใส่เทวรูป)   อย่างไรก็ตาม ,  กระถางธูปจะต้องอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะไหว้ซึ่งหมายความว่าอยู่ตรงกันข้ามกับตำแหน่งของผู้ศรัทธา   ( อย่าเอากระถางธูปมาวางไว้ด้านหน้าของตนเอง)   โดยมีเชิงเทียนขนาบไว้ซ้ายขวา

โถกำยาน

ถัดออกมาจะต้องเป็นตำแหน่งของโถกำยานซึ่งต่อตรงกับกระถางธูปในระนาบแนวเดียวกัน     โดยมีแจกันสำหรับใส่ดอกไม้สดขนาบไว้ซ้ายขวา   แต่ต้องไม่ปิดบังเชิงเทียน โดยจัดให้มีระยะช่องว่างช่องไฟที่เหมาะสม

ถ้วยน้ำดื่มหรือโถน้ำดื่ม

ถัดจากโถกำยานออกมาก็จะเป็นแถวของถ้วยน้ำหรือโถน้ำดื่ม   ซึ่งในพิธีกรรมสำคัญๆ จะต้องถวายน้ำดื่มหน้าแท่นบูชาเสมอ   และถัดออกมาจากแถวถ้วยน้ำดื่มก็จะเป็นแถวของจอกเหล้าหรือถ้วยเหล้าซึ่งควรเป็นเหล้าขาว(เพราะมีกลิ่นหอมชื่นใจ) และปิดท้ายด้วยแถวของจอกน้ำชาหรือถ้วยน้ำชา

ถ้วยเหล้าและถ้วยน้ำชา

ถ้าจะพูดแบบเราๆท่านๆ   ก็หมายความว่า ดื่มน้ำล้างปากเสียก่อน   เพื่อจะได้ลิ้มรสชาติของสุราอันหอมหวล   และล้างปากด้วยน้ำชาอีกครั้งก่อนที่จะถึงชุดอาหารคาว สำหรับจำนวนถ้วยนั้น   ทั้งสามแถวนี้ต้องสอดคล้องกันเสมอ   เช่นถ้าถวายน้ำดื่มจำนวน 5 ถ้วย   ก็ต้องถวายเหล้าและน้ำชา 5 ถ้วยเช่นกัน   หากถวายน้ำดื่ม 3 ถ้วย   ทั้งเหล้าและน้ำชาก็จะอยู่ที่ 3 ถ้วยเสมอ   ส่วนนี้ไม่ผูกพันกับส่วนถัดไป

การที่จะกำหนดว่ากี่ถ้วยต่อหนึ่งแท่นบูชา   ให้พิจารณาที่จำนวนองค์พระหรือเทวรูปที่ประทับอยู่ ณ แท่นบูชานั้นๆเป็นสำคัญ   หากมีองค์เทวรูปเคารพตั้งแต่ 1- 3 องค์   ให้จัดชุดไหว้น้ำเหล้าและน้ำชา 3 ที่(อย่างละ 3 ที่)   ถ้ามีเทวรูปเคารพตั้งแต่ 4 องค์ขึ้นไป   สำหรับในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทั่วไปให้จัดชุดไหว้ทั้งน้ำ   เหล้าและน้ำชา 5 ที่สูงสุด(แม้จะมีเทวรูปมากกว่าห้าองค์ก็ตาม   ให้ถือจำนวน 5 สูงสุด)

เว้นแต่กรณีที่มีรายละเอียดข้อมูลของเทพที่ตนบูชา   ให้ถวายไปตามข้อกำหนดเฉพาะองค์นั้นๆ   และหากไม่ได้ถวายเครื่องคาวในโต๊ะไหว้   ก็ไม่ต้องถวายเหล้า ให้ถวายเฉพาะชุดน้ำดื่มและน้ำชาเท่านั้น ( จะถวายเหล้าก็ต่อเมื่อในชุดไหว้นั้นมีของคาว)

เครื่องคาว

ถัดออกมาจากแถวของน้ำชา   ก็จะถึงแถวของเครื่องคาว ซึ่งจำนวนของคาวก็แล้วแต่ศรัทธา   โดยทั่วไปจะมีไหว้อยู่ 2 ชุด   เช่นถ้าเป็นของเครื่องคาว 3 ที่ ,  ในชุดนั้นก็จะต้องมีเครื่องหวาน 3 ที่ ,  ผลไม้ 3 ที่ ให้สอดคล้องกันไป(จำนวนนี้จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับชุดน้ำ เหล้าและน้ำชาที่ได้อธิบายไปก่อนแล้ว   เช่นถวายน้ำ เหล้าและน้ำชา 5 ที่   อาจถวายเครื่องคาว , หวานและผลไม้ 3 ที่   ก็ทำได้)   หรือจะจัดถวายเป็นชุด 5 ก็ได้   หมายถึงเครื่องคาว 5 ที่ , เครื่องหวานและผลไม้ก็ 5 ที่

ต้องทำความเข้าใจคำว่า "ที่" ให้ชัดเจน   หากระบุว่า 5 ที่   ก็หมายความว่า ต้องแยกของนั้นๆออกเป็นจานๆหรือแต่ละพาน   ของสิ่งหนึ่งก็ที่หนึ่งหรือพานหนึ่ง , จานหนึ่ง   ห้ามนำมารวมกันเป็นจานหรือพานหรือในถาดเดียวกัน   เช่นผลไม้ 5 ที่ ยกตัวอย่างเช่นสาลี่ 1 ที่(จานหรือพานหรือถาด จำนวน 3-4-5 ผล) อย่างนี้เรียกว่า 1 ที่ , ส้มโอ 1 ที่ (ก็หมายถึงส้มโอ 1 ผลต่อหนึ่งพานหรือจานหรือถาดก็ตามแต่)

ยกเว้นการไหว้ตี่จูเอี้ย , บรรพบุรุษ   สามารถจัดสิ่งของรวมกันในที่ที่เดียวได้ เช่นในหนึ่งจานมีผลไม้ 5 ชนิดหรือ 3 ชนิดรวมกัน   อย่างละกี่ผลก็สุดแต่ศรัทธาหรือสะดวก   แต่การไหว้พระ , ไหว้เจ้าหรือเทพ   ต้องแยกออกเป็นที่ที่ไป   ไม่สามารถนำมารวมกันในที่เดียวได้

เครื่องหวานและผลไม้

ถัดจากเครื่องคาวก็ตามด้วยชุดเครื่องหวานซึ่งกำหนดเป็นที่ที่เช่นเดียวกัน   และปิดท้ายด้วยชุดเครื่องหวานและชุดผลไม้ซึ่งก็ต้องแยกออกเป็นที่ที่เช่นกัน   ตามด้วยกระดาษเซ่นไหว้ตามสมควร

(สิ่งของที่จัดไหว้ตี่จูเอี้ย(เจ้าที่บ้าน)หรือบรรพบุรุษ สามารถจัดรวมกันในที่ที่เดียวได้ แต่สำหรับพระและเทพ
ถือเป็นข้อต้องห้าม)

การจัดโต๊ะไหว้เจ้าข้างต้น   สามารถอนุโลมใช้ได้กับการจัดโต๊ะบวงสรวงต่างๆ   ไม่ว่าเทพไทยจีนหรือแขก   อาจมีข้อปลีกย่อยสำหรับของไหว้ที่ต่างกันออกไปตามแต่ละธรรมเนียมปฏิบัติ   แต่ลำดับการจัดวางก็จะเรียงลำดับเช่นที่ได้กล่าวไว้แล้ว

รวมถึงการจัดโต๊ะไหว้รับเทพเจ้าแห่งโชคลาภในคืนวันปีใหม่จีน ซึ่งอาจต้องเพิ่มเครื่องสักการะอามิสบูชาเพิ่มขึ้น เช่น ขนมอี้แดงและอาหารเจแห้ง

1. ผังการจัดแท่นบูชาพระและเทพ

2. ผังการจัดแท่นบูชาและเครื่องเซ่นไหว้(โดยสังเขป)

3. ผังการจัดโต๊ะไหว้รับเสด็จไฉ่ซิ้งเอี้ย (ชุดใหญ่)

4. ผังการจัดโต๊ะไหว้รับเสด็จไฉ่ซิ้งเอี้ย (ชุดเล็ก)

ธนกฤต เสรีรักษ์
ตุลาคม 2550