|
ลัทธิเต๋า เจ้าของสัญลักษณ์ หยิน-หยาง ที่มาแห่งปรัชญา ในขาวมีดำ ในดำมีขาว เพียง 2 วลีเท่านี้ แต่สามารถตีความเพื่ออธิบายแทบทุกเรื่องที่เกิดบนโลกได้
ไม่ว่าจะเป็นการต้องยอมรับความจริงว่า คนเรามีดีมีเลว ในความเป็นคนดีก็มีความเลวปนอยู่ และคนที่สังคมว่าเลว เมื่อดูให้ดีๆ ส่วนดีของเขาก็มี อย่างน้อย คนเลวก็ช่วยเปรียบเทียบให้รุ้ว่า ดีเป็นอย่างไร นี่คือ ความคิดของเต๋า
เจ้าของลัทธิเต๋า คือ เหลา จื้อ เป็นคนแซ่หลี่ ชื่อเหลา เกิดในยุดเดียวและช่วงเวลาเดียวกับขงจี้อ แต่เหลาจื้อจะแก่กว่าเล็กน้อย และอยู่กันคนละแคว้น โดยที่ขงจื้อเคยเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเหลาจื้อ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน
เหลาจื้อ เคยรับราชการเป็นคนดูแลห้องเก็บเอกสารของราชวงศ์โจว ทำให้มีโอกาสได้อ่าน และสั่งสมความรู้ไว้มากทีเดียว แต่เนื่องจากยุคของขงจื้อและเหลาจื้อ เป็นช่วงที่ประเทศจีนยังรวมตัวกันไม่ติด ยังแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าอยู่ มีการรบพุ่งชิงเมืองรวมเมือง บ้านเมืองและสังคมวุ่นวาย
ในแคว้นฉู่ที่เหลาจื้อรับราชการอยู่ กษัตริย์ก็ไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม มีการแก่งแย่งอิจฉาริษยา ในหมู่ข้าราชการ เหลาจื้อ เกิดความเบื่อหน่าย จึงลาออก แล้วเดินทางไปปลีกวิเวก ณ ป่าเขาแดนไกล
ระหว่างทางได้เขียนหนังสือชื่อ เต๋า เต็ก เก็ง แปลเป็นไทยได้ตรงตัวว่า คัมภีร์คุณธรรมของเต๋า เต็ก แปลว่า คุณธรรม
เก็ง แปลว่า คัมภีร์
ความคิดของเต๋ามีหลายอย่างคล้ายขงจื้อ และมีบ้างที่คล้ายคำสอนของพระพุทธศาสนา เพราะผู้คิดทั้งสามล้วนคิดจากชีวิตจริงของคน เพียงแต่การใช้ภาษาอาจต่างกัน อย่างไรก็ตาม คนมักสับสนระหว่าง เต๋า กับ เซน
เซน เป็นนิกายหนึ่งของพระพุทธศาสนามหายาน ผู้ให้กำเนิดนิกายเซน เป็นพระชาวอินเดีย ฉายาว่า พระโพธิธรรม เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศจีน ประมาณ พ.ศ. 1070 สมัยพระเจ้าเหลียงบู่ตี้ กษัตริย์ราชวงศ์เหลียง คนจีนเรียกว่า ท่าน ตั้กม้อโจวซือ หรือปรมาจารย์ตั้กม้อนั่นเอง
จุดเด่นของเต๋า คือ การสอนให้คนเข้าใจชีวิต เน้นให้คนเชื่อว่าผู้มีใจสงบสุข จะทำให้มีร่างกายแข็งแรง อายุยืนยาว กับปรัชญามากมายเป็นวลีสั้นๆ แต่ลึกซึ้ง-กินใจ เช่น ความจริงอาจฟังไม่รื่นหู แต่ที่ฟังรื่นหู อาจไม่ใช่ความจริง นี่แหละ เต๋าเลย
จิตรา ก่อนันทเกียรติ (หนังสือพระพุทธ พระโพธิสัตว์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจีน) |